Archive for the ‘สมุนไพรไทย’ Category

แอปเปิล

Thursday, August 28th, 2008

แอปเปิล ภาษาจีนเรียกว่า  “เผ่งปอ”  “เทียวห่วมจื้อ”  หรือ  “ไหนจือ”  แอปเปิลเป็นพืชตระกูลเดียวกับสาลี่ เป็นพืชดั้งเดิมของแถบยุโรป ชาวจีนปลูกแอปเปิลเพื่อกินเป็นผลไม้และเป็นยา
สรรพคุณ
•    แอปเปิลมีฤทธิ์เย็น รสชาติหวาน อมเปรี้ยว แอปเปิลเป็นแหล่งเส้นใยชนิดละลายน้ำที่ดีเรียกว่า “เพกติน” (pectin) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อแบคทีเรียในลำไส้ และมีสรรพคุณช่วยขับสารพิษ     ออกจากร่างกาย
•    สารเคอซิติน (quercetin) ในแอปเปิล เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ซึ่งช่วยต้านการอักเสบ    ลดการเกิดโรคหลอดเลือดตีบในสมองอย่างเฉียบพลัน
•    ตามตำราจีน แอปเปิลมีสรรพคุณบรรเทาอาการร้อนใน แก้กระหาย บำรุงกระเพาะ ปอด และม้าม แก้อาการคลื่นไส้ แพ้ท้อง อาหารไม่ย่อย รักษาลำไส้อักเสบ แก้อาการเมาสุรา เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคเกาต์และรูมาตอยด์

แห้ว

Thursday, August 28th, 2008

แห้ว ภาษาจีนเรียกว่า  “จุยโอ่ว”  “แบ๋ต้อย”  หรือ  “ตี๋เลียก”  แห้วเป็นพืชในตระกูลกก แห้วอ่อน      มีสีขาวนวล เนื้อฟ่าม เมื่อแก่ผิวมีสีน้ำตาลเข้ม เนื้อแข็ง สีขาว แหล่งปลูกแห้วที่ดีอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง หรือเมืองกุ้ยหลิน ในมณฑลกวางสี
สรรพคุณ
•    แห้วมีฤทธิ์เย็น รสหวาน มีสรรพคุณขับร้อน แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้คออักเสบ ละลายเสมหะ บำรุงปอด บำรุงธาตุและกระเพาะ
•    ขับของเสีย ขับปัสสาวะ ขับน้ำนม แก้เบาหวาน ลดความดันโลหิต

สาลี่

Thursday, August 28th, 2008

สาลี่ ภาษาจีนเรียกว่า  “ค้วยก้วย”  “บิกแป๋”  “เง็กยู”  หรือ  “ก้วยจา”  ตำราอาหารจีนยกให้สาลี่เป็น “สุดยอดแห่งผลไม้” เนื่องจากรสหวานเย็นและมีคุณค่าทางอาหารสูง สาลี่มีหลายพันธุ์ แต่ที่นิยมก็คือ   สาลี่หอม และสาลี่น้ำหอม (สาลี่หิมะ) ปัจจุบันสาลี่เป็นผลไม้ที่หาได้ง่ายในทุกฤดู
สรรพคุณ
•    สาลี่มีฤทธิ์เย็น รสหวานหอม จึงใช้รักษาผู้ที่มีอาการร้อนใน
•    สาลี่มีน้ำเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ จึงช่วยให้สดชื่น ชุ่มคอ แก้กระหาย  นอกจากนี้น้ำตาล   ในสาลี่ยังเป็นน้ำตาลที่ร่างกายนำไปใช้เป็นพลังงานได้ง่าย
•    สาลี่มีธาตุอาหาร เช่น เบตาแคโรทีน วิตามินซี วิตามินเค แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก        และเส้นใยที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคเบาหวาน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน แก้อาการท้องผูก         ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ และต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งและความชรา
•    ช่วยให้กระเพาะทำงานได้ดี ช่วยย่อย ขับปัสสาวะ กระตุ้นการทำงานของไต และลดความดันโลหิต
•    สาลี่ดองกินแก้พิษสุรา หากกินหลังอาหารจะช่วยย่อย หรือลดอาการท้องอืดได้

ลูกเดือย

Thursday, August 28th, 2008

ลูกเดือย ภาษาจีนเรียกว่า  “ก๋ำบี้”  “ห่วยห่วยบี้”  “ขีซิก”  หรือ  “อิ๊กบี้”  เป็นธัญพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ คนจีนนิยมกินลูกเดือยโดยเชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงชั้นเยี่ยม และเป็นยาอายุวัฒนะ              อีกชนิดหนึ่ง ลูกเดือยสามารถแปรรูปเป็นแป้งลูกเดือย ข้าวลูกเดือย และหมักเป็นเบียร์หรือไวน์
สรรพคุณ
•    ลูกเดือยมีฤทธิ์เย็น มีกลิ่นหอมเล็กน้อย ช่วยบำรุงปอด ม้าม ช่วยย่อย ขับปัสสาวะ ลดไข้ ช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ลดการเกิดกระ รักษาหูด ลดการเกิดมะเร็ง เพราะมีสารคอกซีโนไลด์  (coxenolide) ที่ช่วยยับยั้งการเกิดเนื้องอกได้
•    ลูกเดือยมีซิลิกอน (silicon) ที่ช่วยบำรุงผิวและผม มีวิตามินบี 1 บี 2 ที่ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคเหน็บชา
•    ช่วยบำรุงกำลัง จึงเหมาะกับผู้ป่วยพักฟื้น เด็ก และผู้สูงอายุ

ลูกพลับ

Thursday, August 28th, 2008

ลูกพลับ ภาษาจีนเรียกว่า  “เก่าจ้อ” หรือ “บี๋ก้วย”  ชาวจีนถือเป็นผลไม้มงคล นิยมใช้ในเทศกาลต่าง ๆ ชาวจีนนิยมนำลูกพลับมาแปรรูปเป็นพลับแห้ง ซึ่งมีสีน้ำตาลเข้ม รูปร่างแบน มีผงสีขาว(ผงหิมะ)ติดอยู่           รสหวาน พลับแห้งมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าลูกพลับสด
สรรพคุณ
•    ลูกพลับสุกมีฤทธิ์เย็น รสหวานอมฝาด มีสรรพคุณแก้ไอ แก้อาเจียน บำรุงลำไส้ ปอด และม้าม ช่วยห้ามเลือด แก้อาการถ่ายเป็นเลือด แก้ท้องเดิน ปวดท้อง
•    ลูกพลับดิบ แก้ต่อมไทรอยด์บวม แก้ความดันโลหิตสูง ห้ามเลือด
•    ลูกพลับแห้ง แก้ริดสีดวงทวาร แก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด รักษาโรคตา แก้ตาฟาง ป้องกัน  ต้อกระจก แก้ลำไส้อักเสบ แก้หืดหอบ แก้ไอ ขับเสมหะ
•    ส่วนกลีบเลี้ยงและก้านผล ใช้แก้ไอ แก้สะอึก
•    ชาใบพลับ ใช้แก้ความดันโลหิตสูง ช่วยระบาย ป้องกันเลือดแข็งตัว

รากบัว

Thursday, August 28th, 2008

รากบัว หรือ  “เหง้าบัว”  ภาษาจีนเรียกว่า  “กวงพั้ง” หรือ “หน่อยเก๋า”  มีลักษณะเป็นปล้อง ๆ        สีขาวอมเหลือง เมื่อตัดตามขวางจะเห็นรูกลวงเป็นช่อง รากบัวที่ดีต้องมีสีขาว อวบ และใหญ่ รากบัวกินได้     ทั้งดิบและสุก โดยนำมาประกอบอาหารและเป็นยา
สรรพคุณ
•    รากบัวมีฤทธิ์เย็น รสหวาน ส่วนของรากอ่อนใช้กินแก้ร้อนใน แก้กระหาย แก้ไอ ขับเสมหะ แก้เลือดกำเดาไหล
•    ส่วนของรากแก่ ใช้ต้มน้ำดื่มเพื่อบำรุงม้าม เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับม้ามและกระเพาะ บำรุงเลือด ไต และหัวใจ รักษาอาการไข้ อาเจียนปนเลือด แก้บิด แก้ท้องร่วง รักษาอาการตาแดง ตาอักเสบ บำรุงสายตา ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย
•    ช่วยบำรุงสมอง ทำให้จิตใจสงบ

มันเทศ

Thursday, August 28th, 2008

มันเทศ ภาษาจีนเรียกว่า  “กำจื๊อ”  “อั่งซัวเอี๊ยะ”  หรือ  “ซัวโอ่ว”  มันเทศมีถิ่นกำเนิดแถบอเมริการ และเชื่อว่าแพร่เข้าสู่ประเทศจีนในสมัยราชวงศ์ชิง แต่บางบันทึกระบุว่ามันเทศแพร่เข้าสู่ประเทศจีนในสมัยราชวงศ์จิ้น โดยชาวจีนจะกินมันเทศนึ่งสุกแทนข้าว หรือหุงข้าวสวยใส่มันเทศ มันเทศมีทั้งชนิดผิดสีขาว สีแดง และสีเหลือง แตกต่างกันตามสายพันธุ์ ส่วนของมันเทศทั้งใบเถา และยอดอ่อนมีสรรพคุณทางยาเช่นกัน
สรรพคุณ
•    มันเทศมีฤทธิ์เย็น รสหวาน มีสรรพคุณแก้ท้องผูก ช่วยย่อยอาหาร แก้กระหาย
•    ช่วยปรับสภาพเลือด บำรุงร่างกายโดยทั่วไป บำรุงกำลัง บำรุงกระเพาะ เลือด และม้าม
•    ป้องกันโรคต้อกระจก ตาบอดกลางคืน รักษาเบาหวาน แก้โรคดีซ่าน ป้องกันโรคหัวใจและมะเร็ง
•    ใบ แก้แผลไฟไหม้ แก้ผื่นคัน ตุ่มพุพองและฝีหนอง

ฟักเขียว

Thursday, August 28th, 2008

ฟักเขียว ภาษาจีนเรียกว่า  “ตังกวย”  “ตี่จือ”  หรือ  “แปะกวย”  เป็นพืชตระกูลเดียวกับแตง มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียใต้ ฟักสามารถนำไปใช้เป็นยาและประกอบอาหารได้ทุกส่วน ทั้งยอดอ่อน ใบ ดอก ผลอ่อน ผลแก่ และเมล็ด
สรรพคุณ
•    ฟักเขียวมีฤทธิ์เย็น รสจืด ตำราจีนจึงมักใช้เป็นยาถอนพิษ และขับร้อนในร่างกาย แก้ธาตุพิการ ขจัดเสมหะ ขับปัสสาวะ ช่วยระบาย บำบัดอาการบวมน้ำ ไอ หอบ แก้บิด เบาหวาน บำบัดโรคที่เกี่ยวกับระบบเลือด
•    ตามตำราอายุรเวท ใช้ฟักรักษาอาการไข้ เป็นหวัด และลมบ้าหมู
•    เมล็ดเป็นแหล่งน้ำมันที่มีฤทธิ์ขับพยาธิ แก้บวม รักษาโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ ลำไส้อักเสบ ริดสีดวงทวาร
•    รากมีสรรพคุณช่วยถอนพิษ แก้ไข้ ใบใช้แก้ฟกซ้ำ แมลงกัดต่อย ดอกใช้ต้มน้ำดื่มแก้อาการ       ดีซ่าน

เพกา

Thursday, August 28th, 2008

เพกา หรือ “ลิ้นฟ้า”  ภาษาจีนเรียกว่า  “โชยเตียจั้ว”  เป็นไม้ยืนต้นที่พบได้ในแถบตอนใต้ของจีน อินเดีย และไทย คนจีนนิยมนำส่วนเมล็ดแห้งมาใช้ประโยชน์ทางยา ส่วนคนไทยใช้เพกาเป็นทั้งผักและยา ส่วนที่นำมาใช้ ได้แก่ ดอก ใบอ่อน ฝักอ่อน เมล็ด และราก
สรรพคุณ
•    เพกามีฤทธิ์เย็นมาก รสขมอมฝาด แพทย์แผนจีนใช้เมล็ดมาทำเป็นยาบำรุงปอด กระเพาะ และตับ ช่วยให้เจริญอาหาร แก้ร้อนใน เจ็บคอ แก้ไอ เนื่องจากโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และวัณโรคปอด บรรเทาอาการแน่นหน้าอก
•    ในตำรับยาไทย เพกาหรือโชยเตียจั้ว ใช้เป็นยาได้ทุกส่วน เช่น รากใช้บำรุงธาตุ แก้ท้องเสีย เมล็ดช่วยระบาย ขับลม ฝักแก่ใช้แก้ร้อนใน ฝักอ่อนใช้ขับลม หากใช้ทั้งราก ใบลำต้น ดอก และฝักรวมกันจะมีสรรพคุณแก้ท้องร่วง แก้ไข้ แก้อักเสบ รักษาน้ำเหลืองเสียและมีฤทธิ์สมานแผล
•    ส่วนยอดและฝักมีวิตามินเอและซีสูงมาก จึงช่วยบำรุงสายตา และกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

ผักกาดขาว

Thursday, August 28th, 2008

ผักกาดขาว ภาษาจีนเรียกว่า “ฮวยเกาไฉ่”  “อึ่งแห่งไฉ่”  หรือ  “กักกิ่วไฉ่”  ผักกาดขาวเป็นผักตระกุลเดียวกับผักกายและกะหล่ำปลี ชาวจีนใช้ปรุงอาหารมากว่า 6,000 ปี ผักกาดขาวมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน ปลูกมากทางตอนใต้ของจีนและไต้หวัน ผักกาดขาวสามารถแปรรูปเป็นผักตากแห้ง ผักกาดดองเค็ม ชาวเกาหลีมีการแปรรูปเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงเรียกว่า “กิมจิ”
สรรพคุณ
•    ผักกาดขาวมีฤทธิ์เย็น รสหวาน มีสรรพคุณบำรุงกระเพาะ รักษาอาการลำไส้อักเสบ และแผลในกระเพาะ
•    แก้หวัด หลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ
•    ช่วยระบาย ช่วยย่อยอาหาร ป้องกันท้องอืดท้องเฟ้อ
•    ช่วยขับพิษในร่างกาย ขับร้อน และขับของเหลวในร่างกาย
•    แก้แผลฝีหนอง แผลอักเสบ แก้อาการแพ้ ผิวหนังอักเสบ
•    แก้พิษจากการกินมันสำปะหลังดิบ แก้พิษสุรา
•    ป้องกันมะเร็งและต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากผักกาดขาวมีสารอินโดล-3 คาร์บิโนล (indole-3 carbinole) และซัลโฟราเฟน (sulforaphane)